Sirawit’s Weblog


ศิระวิทย์ : สรุปการฟังและความเห็นในแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2
ตุลาคม 19, 2007, 4:50 pm
Filed under: เรื่อยเปื่อย

สรุปจากการฟัง ดร.พิเชษฐ์ พูด เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ฟังได้รับรู้  พร้อมทั้งสอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวที่ขอสงวนสิทธิในการนำไปอ้างอิงไม่ว่าที่ใด ขำ ๆ

1. รอยต่อที่ขาดหายของการจัดการศึกษาในประเทศไทย

    1.2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับมัธยม ที่กระทรวงศึกษาดำเนินการอยู่ พบว่า ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เด็กที่จบออกมา คุณภาพไม่เท่ากัน เด็กไม่รู้วิธีคิด ไม่รู้วิธีการสื่อสารกับคนอื่น ๆ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่เป็น การทำงานเป็นทีมไม่รู้เรื่อง น่าอาย แต่คนในกระทรวงศึกษากลับได้ดีกันทั่วหน้า ตลกดี นี่สิน่าอายกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กอัจฉริยะ (ที่ไม่ทราบว่าเกิดมาจากไหน) แต่ต้องการระบบพิเศษเพื่อการดูแลเป็นการเฉพาะ กลับไม่สามารถส่งเสริมเด็กพวกนี้ได้ จะเห็นได้จากการที่มีเด็กได้เหรียญทองเคมี บ้าง ฟิสิกส์บ้าง กลับไม่มีรางวัลใหญ่ ๆ มาสนับสนุนให้หนัก ๆ เหมือนการได้รับเหรียญทองกีฬาสักประเภท ที่รับเงินรางวัลแต่ละที ทำเอาเราหนาวสั่นไปได้เลย (เพราะอิจฉา อยากได้มั่ง) เรื่องนี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องเข้าไปช่วยในการพัฒนาศักยภาพของครู และปรับหลักสูตรผลิตครูในอนาคตให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพต่อสังคมต่อไป

  รอยที่สองก็คือจากพื้นฐานสู่อาชีวะและอุดมศึกษา  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ประเทศกำลังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษาะวิชาชีพเฉพาะโดยเฉพาะช่างด้านต่าง ๆ แต่อาชีวะกลับไปให้ความสำคัญกับการสร้างหลักสูตรปริญญาตรี ที่เรียกได้ว่า หน้าที่ที่ควรทำกลับไม่ทำ (หรือ เรื่องโง่ ๆ นะ ฉลาดนัก)

   รอยที่สามคือจากพื้นฐานสู่อุดม นี่ก็ไม่รู้จะแข่งกันผลิตไปถึงไหน ออกมาทำงานได้หรือเปล่าไม่สน (รู้แต่ว่า ขอให้ตรูได้ทำเถอะ) หรืออาจจะเป็นเพราะทำอย่างอื่นไม่เป็นก็ได้ เรื่องนี้ สกอ. ต้องเข้าไปกำกับ ผ่านกระบวนการจัดสรรงบประมาณ การมีกฏหรือระเบียบเพื่อรองรับการผลิตบัณฑิต และการให้แรงจูงใจอื่นๆ 

   ที่สำคัญพิจารณาการเพิ่มคณะหรือสถาบันในอนาคต ควรจะต้องมีหน่วยงานที่เข้มแข็ง ในการติดตามตรวจสอบ และมีกฏหมายรองรับในการรับรองหรือไม่รับรองหน่วยงานนั้น ๆ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบของที่มีอยู่แล้วด้วย เพื่อให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน คณะ สถาบัน หลักสูตรไหนที่ไร้มาตรฐาน ก็สมควรยุบ เลิก ทันที (อันนี้สงสัยจะยาก)

  แต่สิ่งที่จะสนับสนุนแนวคิดนี้คือ การสร้างระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง และได้รับการยอมรับ(เรื่องนี้ต้องมีกฏหมายมารองรับบทบาท ) ทั้งนี้ การรายงานข้อมูลต่อสาธารณะความจริงเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ไม่ใช่การรอรับเรื่องร้องเรียน หากร้องเรียนมาก็จะขยับเข้าไปดู ทำได้หรือไม่ได้ไม่รู้ การคุ้มครองที่ดีคือการป้องกัน การให้ความรู้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง นั่นคือการสร้างภูมิป้องกันให้สังคม ข้อมูลถูกต้อง พอเพียง ที่เหมาะสมเท่านั้นจะช่วยให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการคุ้มครองที่แท้จริง (อันนี้เห็นด้วยมาก ตรงใจเลย)

    เกาหลีเขาเรียกว่า Ubiquitous หมายว่า Anytime ,anywhere any place ,any device &  anyone ไม่ข้อจำกัด และไร้ขีดจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศ(คือการนำเสนอความจริงทุกสิ่ง หรือเปิดเผยทั้งหมด โปร่งใส(Transparency) หรือ ธรรมาภิบาล (E Governance )นั่นเอง 

19/10/2007 18.00

    

     



ศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ : โครงสร้างองค์กรของ KCUE
ตุลาคม 19, 2007, 4:13 pm
Filed under: Hi-Ed in Ko & Ja

ที่น่าสนใจคือการจัดโครงสร้างองค์กรที่มีผลสำคัญต่อบทบาทในการรพัฒนาการจัดการศึกษาของเกาหลีที่ KCUE มีคือ การเน้นให้ความสำคัญกับการมีคณะกรรมการอิสระที่มี body ชัดเจน เพื่อดำเนินการศึกษาและวิจัยเฉพาะด้านที่ไม่ใช่ส่วนงานภายใน ทำให้การดำเนินงานเป็นอิสระจากการบริหารจัดการ เช่น คณะกรรมการประเมินสถาบันอุดมศึกษา (University Accreditation Committee : UAC) ,คณะกรรมการ ศึกษา และวิจัยเพื่อสันติภาพและเอกภาพ (น่าจะเป็นเพราะสภาพปัญหาของประเทศ ข้อเท็จจริงไม่ได้ถาม น่าเสียดาย) Education & Research Committee for Peaceful Unification นอกจากนี้ยังมี คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ (University Admisssion Committee)University Autonomy Promotion Committee และ University Ethics Committee ซึ่งรูปแบบของการจัดให้เป็นคณะกรรมการนั้นทำให้มีภาระกิจที่เฉพาะ ไม่เป็นต้องมีกองหรือสำนักมาทำงานอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป เรื่องนี้น่าที่จะได้นำไปพิจารณาประกอบในการจัดโครงสร้างของ สกอ. ในอนาคต เพื่อให้เน้นเฉพาะภาระกิจที่จำเป็นเท่านั้น

   นอกจากนี้ โครงสร้างองค์กรที่ปฏิบัติงานประจำของหน่วยงาน KCUE จะเห็นว่าเป็นหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ (พิจารณาจากชื่อ รายละเอียดไม่มีเวลาถามเช่นกัน)

    เช่น Management Support Division , External Cooperation Division,Accreditation Support Division ,Academic Affairs Division , Policy Research Division, Research Support Division ,และ Higher Education Training Center ที่ประกอบด้วย Training Management Team และ Training Development Team

  

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.kcue.or.kr

      



ศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ : ข้อเสนอจากการดูงาน Flagship in Korea & Japan
ตุลาคม 19, 2007, 3:09 pm
Filed under: Hi-Ed in Ko & Ja

Korea : ประเทศเกาหลีมีหน่วยงานที่ดูแลอุดมศึกษาชื่อ Korea Council for Higher Education (KCUE) เป็นองค์กรมหาชนที่แปรรูปมาจากราชการ ทำหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่รับงบประมาณจากรัฐไป เน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาและประเมินผลการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา การทำงานลักษณะเป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ

สิ่งที่ได้ดำเนินการเพื่อการติดตามและประเมินผล คือการจัดทำคู่มือการประเมินสถาบัน( Evaluation Manual) ให้สถาบันรายงานตนเอง (Self – evaluation reports) ผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ

 ที่น่าสนใจคือการประเมิน จะมีการจัดทำคู่มือการประเมิน  Evaluation manual ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆจะได้รับการแจกจ่ายไปยังชุมชนในสถาบันนั้น ๆ หลังจากนั้น จะมีขั้นตอนการตอบรับของมหาวิทยาลัยในการประเมินตนเอง ด้วยการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินให้คณะกรรมการ คณะกรรมการจะทำหน้าที่ในการตรวจเอกสารและลงพื้นที่จริง หลังจากนั้น ผลการประเมินจะถูกแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบ หากมหาวิทยาลัยไม่ยอมรับผลการประเมิน อาจจะขอทบทวนได้ ข้อมูลจะส่งให้คณะกรรมการประเมิน( University Accreditation Committee:UAC)เพื่อรายงานผลการประเมินให้รัฐบาลและต่อสาธารณะต่อไป

ประเด็นอยู่ทีการรายงานผลต่อรัฐบาลเป็น routine ของคณะกรรมการ ซึ่งผลของการประเมินจะมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาต่อไป



sirawit kleesuwan : Executive summary on Higher Education Long Range Plan Ver 2.0
ตุลาคม 19, 2007, 2:35 pm
Filed under: Blogroll

สรุปร่างกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2  (2551-2565) นำเสนอโดย ดร.พิเชษฐ์ ดุรงค์เวโรจน์ เมื่อ 18 ต.ค. 50 ณ ห้องกิ่งเพ็ชร 3 โรงแรมเอเซีย โดยสรุป

1. การเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา

1.1 การเพิ่มขึ้นของประชากรในวัยเรียนจะมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น การจัดการศึกษาอาจจะต้องเน้นด้านคุณภาพ และบทบาทในการพัฒนาคนในวัยทำงาน การศึกษาต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอาชีพที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนอาชีพในประชากรวัยแรงงานสูง รวมทั้งเพิ่มภูมิปัญญาให้สังคมในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ 

1.2 พลังงาน มีราคาสูงขึ้น และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลต่อการดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน  อุดมศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย ให้ความรู้แก่สังคม เรื่อง การลดการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ของประเทศ

1.3 การจ้างงานและตลาดแรงงาน ที่มีแนวโน้มการทำงานที่ปราศจากองค์กรมากขึ้น เนื่องจาก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เศรษฐกิจโลก และ Globalization อุดมศึกษาต้องให้ความสำคัญกับ การพัฒนาคนกลุ่มใหญ่ของประเทศคือเกษตรกร ให้มีทักษะสูงในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มผลผลิต รวมทั้งการพัฒนาผลิตผลทางการเษตร  รวมทั้งเพิ่มทักษะเกษตรกรในการที่จะออกจากอาชีพไปสู่อาชีพอื่น ๆ  นอกจากนี้ ICT จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ ต้องเร่งลงทุนทรัพยากรมนุษย์ด้าน ICT  โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้เพิ่มขึ้น

1.4 การกระจายอำนาจการปกครองรวมทั้งงบประมาณสู่ท้องถิ่น ที่อุดมศึกษาต้องตระหนักถึงการเข้าไปมีส่วนและบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น การสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่น และพัฒนาทรัพยากรของท้องถิ่นเช่น บุคลากรด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่นให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น

1.5 ความรุนแรงในภาคใต้ จะคงอยู่อีกนาน การแก้ไขด้วยกำลังไม่มีทางบรรลุผล การศึกษาเท่านั้นที่เป็น Key Success Factor  การออกแบบและพัฒนาระบบการศึกษาให้เหมาะสม การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถรองรับระบบที่พัฒนาขึ้นเป็นสาระสำคัญ ที่จะสามารถแก้ไขความรุนแรงในภาคใต้ได้

1.6 เยาวชนและบัณฑิตในอนาคต ที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ระบบการศึกษาทั้งหลักสูตรและครู อาจารย์ผู้สอนไม่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับภาระกิจดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อุดมศึกษาจะเข้าไปมีบทบาทอย่างสูงในการปรับกระบวนการคิดและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นเครื่องผลิตที่มีคุณภาพ

1.7 เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เพียงแค่คำนิยามเพื่อเอาใจสังคม