Sirawit’s Weblog


ศูนย์ข้อมูลและสถิติอุดมศึกษา : Higher Education Information and Statistic Center (HEISC)
ตุลาคม 21, 2007, 11:22 am
Filed under: Official

ศูนย์ข้อมูลและสถิติอุดมศึกษา


Higher Education Information and Statistic Center (HEISC) . By Sirawit Kleesuwan, MS, Public Management

:: การเปลี่ยนแปลงบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาภายใต้นโยบายการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามแผนการอุดมศึกษาระยะยาวฉบับที่ 2 ( พ.ศ. 2551 – 2565 : 15 ปี ) จำเป็นต้องมีการปรับองค์ บทบาทและหน้าที่ภาระกิจ ของหน่วยงาน เพื่อให้สามารถสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนการอุดมศึกษาระยะยาวฉบัยที่สอง บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ: << เหตุผลและความจำเป็น >> — การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และ ประสิทธิภาพการรับรู้ของคนในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง การทำงานในองค์กรก็ต้องปรับบทบาทและภาระกิจเพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง ในการดำเนินของสถาบันอุดมศึกษาก็เช่นการ การปฏิบัติหน้าที่เพี่ยงปฏิบัติงานตามที่เคยปฏิบัติมา อาจจะไม่เพียงพอต่อการอยู่บน Globalized Platform อีกต่อไป กระแสร็ของการเปิดเผยข้อมูล การบริหารงานที่โปร่งใส การให้ประชาชนมีส่วนร่วม ล้วนเป็นไปสู่การปรับกระบวนการบริหารขององค์กรสมัยใหม่ เพื่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  

   สำหรับด้านสถาบันอุดมศึกษาที่ทำหน้าที่ในการผลิตบัณฑิตให้กับสังคมแล้ว การที่ต้องคมจำเป็นต้องรับรู้ว่า สถาบันอุดมศึกษานั้น ๆ กำลังผลิตอะไร ด้วยศักยภาพของเครื่องมืออะไร มีกระบวนการในการผลิตอะไรบ้าง รวมทั้งผลผลิตของสถาบันอุดมศึกษาที่ส่งถึงสังคมนั้น สามารถตอบสนองกับความต้องการสังคมเพียงพอหรือไม่  พึงพอใจเพียงใดกับผลผลิต เป็นสิ่งที่ต้องมีการนำเสนอสู่สังคม และด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน การสร้างเครื่องมือในการนำเสนอ เครื่องมือในการรวบรวม วิเคราะห์และเสนอแนะไม่ใช่เรื่องยากต่อไป   แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือ ความร่วมมือในการได้มาซึ่งข้อมูลและสารสนเทศที่สมบูรณ์ ถูฏต้อง รวดเร็ว และ การวางมาตรฐานข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อประโยชน์ในการนำเสนอในภาพรวมของระบบ ความร่วมมือของแหล่งข้อมูล ที่ขึ้นกับการบริหารจัดการที่เป็นระบบ เป็นสิ่งที่ยังไม่มีกระบวนการดำเนินงานที่ชัดเจน

     การรวบรวม วิเคราะห์และเสนอแนะ ผลการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อรายงานต่อกลไกของรัฐบาล สาธารณะ และสังคม ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสิ่งที่จำเป็น  การประเมินการยอมรับของสังคมต่อเรื่องการผลิตบัณฑิตของสถาบันอุดมศึกษา ที่จะมีผลต่อการนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรในสถาบันอุดมศึกษา  สถานะของการรับรองวิทยฐานะของสถาบันอุดมศึกษา ที่ต้องเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เป็นสิ่งที่ สถาบันอุดมศึกษาต้องรับผิดชอบต่อการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ข้อมูลที่โปร่งใส ถูกต้องและรวดเร็วเป็นสิ่งที่ไม่อาจรอได้ต่อไป ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็วสามารถดูได้ ผ่านสื่อ ๆ ประเภท ต่าง นอกจากจะเป็นการนำเสนอข้อมูลที่โปร่งใสต่อสาธารณะและ ยังเป็นการให้ความรู้กับประชาชน ที่ถูกต้อง เพื่อให้สาธารณะตรวจสอบสถาบันอุดมศึกษา ที่สร้างการมีส่วนร่วมในภาคประชาชนด้วย การตรวจสอบคุณภาพการศึกษา การจัดการศึกษา คุณภาพของการเรียนการสอน ที่เป็นสาระของการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องมีการเผยแพร่ให้สาธารณะรับรู้รับทราบต่อไป

     แม้ว่า ปัจจุบันจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลงานด้านนี้อยู่แล้ว แต่ขอบเขตของภาระกิจที่เพิ่มขึ้น และบทบาทในการสนับสนุนต่อการดำเนินงานตามแผนการอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2 ก็สมควรที่จะได้มีการปรับบทบาทและภาระกิจให้ครอบคลุมและตอบสนองต่อการดำเนินงาน จึงสมควรที่จะได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลและสถิติอุดมศึกษา :HEISC :: Higher Education Information and Statistic Center) 

       << หน้าที่และความรับผิดชอบ >> ศูนย์จะนำเสนอข้อมูลสารสนเทศและสถิติต่างๆ ของสถาบันอุดมศึกษา เน้นด้านนิสิตนักศึกษา บุคลากร หลักสูตร และงบประมาณ และนำเสนอสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถาบันอุดมศึกษา เช่น การมีงานทำของบัณฑิต ผลการศึกษาวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา ทุนสนับสนุนการจัดการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งทุนสำหรับนิสิตนักศึกษา และทุนพัฒนาอาจารย์  การเสนอรายงานประจำปีต่อสาธารณะ  รวมถึงการรายงานศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาตามรายการตัวชี้วีดต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้สาธารณะรับทราบสถานะที่ถูกต้องของสถาบันอุดมศึกษา เช่น คุณภาพและมาตรฐานของหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งนี้จำเป็นต้องมี คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) หรือคณะกรรมการเฉพาะทาง (Steering Committee)ทำหน้าที่ใน้การศึกษาวิเคราะห์จากข้อมูลและสถิติที่มี เพื่อการจัดทำรายงานและ รายงานผลการศึกษาต่อรัฐบาล และสาธารณะ รวบรวมสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเสนอต่อสาธารณะ ร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อกำหนดมาตรฐานของข้อมูลและสารสนเทศ ในการนำเสนอในภาพรวมของประเทศ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจอื่น ๆ เพื่อการนำข้อมูลและสถิติของอุดมศึกษาไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการเปิดช่องทางเพื่อการรับรู้ความต้องการของสังคม ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการอุดมศึกษา ทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ ที่มีประสิทธิภาพ 

      << การดำเนินงาน >>

      1. ออกกฏ ระเบียบ ที่รองรับการดำเนินงาน และ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาต้องมีความรับผิดชอบต่อการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นตามความจริง 

       2. แต่งตั้ง คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ  เพื่อทำหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์และ เสนอแนะ ข้อมูลสถิติ ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการอุดมศึกษาของประเทศ 

       3. สรุป รวมรวมและสเนอแนะรวมทั้งเผยแพร่รายงานนั้น ๆ แก่รัฐบาลผ่านกลไกของรัฐ รวมทั้งเผนแพร่ ประชาสัมพันธ์ข่างสาร รายงาน ผลการศึกษาให้สาธารณะรับทราบและเปิดช่องทางในการรับข้อมูลที่จะรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และสาธารณะ

       4. สร้างเครื่องมือในการรองรับการตรวจสอบการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากสาธารณะ

       5. สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการนำข้อมูลและสถิติทางการอุดมศึกษาไปใช้ประโยชน์ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ข้อมูลและสถิติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

       การเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา ในอนาคตเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างสูงต่อการที่รัฐจะจัดสรรงบประมาณเพื่อการสนับสนุนแก่สถาบันอุดมศึกษาต่อไป การดำเนินงานที่ไม่สร้างประโยชน์และเป็นการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน รวมถึงการไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ จะต้องถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจสนับสนุนการบริหารจัดการในอนาคต สถาบันอุดมศึกาแม้นว่าจะมีระบบบต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการคไปบ้างแล้วก็ตามในสถาบันอุดมศึกษาที่มีขนาดใหญ่และมีความพร้อมมากพอ ขณะที่ยังมีสถาบันอุดมศึกษาขนาดเล็ก และสถาบันอุดมศึกาที่เกิดขึ้นใหม่(ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี) ที่ยังมีความต้องการการสนับสนุนทั้งในด้านการบริหารจัดการและการได้รับข้อแนะนำ( Guide ) ที่ถูกต้องเพมาะสม เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการลองผิดลองถูกอยู่อีก ศูนย์ข้อมูลและสถิติอุดมศึกษา จึงมีความจำเป็นในการที่จะเข้ามารองรบับทบาทในการสร้างความร่วมมือกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน รวมทั้งจัดหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เหมาระสมใพ่อให้การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒาข้อมูลและสถิติสถาบันอย่างมีประสิทธิภาพ

     อนาคตเมือสถาบันอุดมศึกษามีความพร้อมที่เพียงพอ บทบาทในการจัดทเก็บและรวบรวมข้อมูลของศูนย์ ฯ. จะหมดไปแต่จะปรับเปลี่ยนภาระกิจไปในการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการศึกษา วิเคราะห์และ เสนอแนะเชิงสถิติ ที่จะช่วยสะท้อนภาระกิจ ของสถาบันอุดมศซึกาไปด้อย่างแท้จรอิง จะเป็นคนกลาง (โซ่ข้อที่สาม) ระหว่าง รัฐบาล หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณ กับสถาบันอุดมศึกษาต่อไป 

 ศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ 13.00 น.  /21/10/2007



sirawit : การวิเคราะห์แผนยาว vol.2 สู่การปฏิบัติ # 1 โดย เลขา สกอ.
ตุลาคม 21, 2007, 10:14 am
Filed under: Official

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เลขา สกอ.ให้นโยบายในการทำงานโดยระบุเป้าหมายให้ ขรก. ทราบ ส่วนการรับรู้ก็จะอยู่ที่สติปัญญาของคน  ๆ นั้น

@ Flexible Organization  & Matrix Organization

@ Same Function with Efficiency & Fully Skill

 @ Flixible Budget & Rolling Plan

1. Strategies

    คุณภาพของคนรุ่นใหม่ที่จะส่งผลต่ออนาคตชาติ อุดมศึกษาต้องปรับตัวเพื่อพัฒนาบุคลากรไปสู่อนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านองค์ความรู้ และ กำลังคน ทั้งนี้ต้องเน้นการพัฒนาบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาเองรวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ในสถาบัน

2. Commissionors : Fulltime Staff Function

3. Closed Gap Between The Train & Platform

    การพัฒนาสถาบันฝึกหัดครู เน้น อาจารย์ หลักสูตร การวิจัยค้นคว้าด้านศึกษาศาสตร์ และหลักสูตรเพื่อพัฒนาครูในโรงเรียนให้มีศัยภาพเพิ่มขึ้น

   การส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้และทักษาะทางวิชาการ โดยส่งเสริมให้ อุดมศึกษามีบทบาทในการพัฒนาวิชาการในโรงเรียน การคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเข้าศึกษาต่อ สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยกับโรงเรียน

   การวางระบบอุดมศึกษา มีการ Classified Standard or Accreditation Manual เพื่อกำหนคคุณสมบัติสถาบันอุดมศึกษาในการให้การสนับสนุนทั้งนโยบายและงบประมาณ กำหนดความสัมพันธ์ของสถาบันอุดมศึกษาของแต่ละแห่งกับภาครัฐและภาคประชาชน/สาธารณะ

   4. e Goveranace in Higher Education

   – University Council President Forum

   –  Institute od University Council Leardership

   – Commissionor Office

  5. การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต ประเมินการยอมรับของสังคม เพื่อการนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรในสถาบันอุดมศึกษา

  6. การรับรองวิทยาฐานะของสถาบันอุดมศึกษา ต้องเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ที่มหาวิทยาลัยต้องรับผืดชอบต่อการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ที่โปร่งใส ถูฏต้องและรวดเร็ว ที่อาจมีหน่วยงาน (Agent) มาดูแล เช่น ต่างประเทศที่มีหน่วยงาน HESA (Higher Education Statistic Agency) การเน้นการให้ข้อมูลที่ถูฏต้องรวดเร็ว ผ่านสื่อ ๆ ต่างที่มีเป็นการให้ความรู้กับประชาชนที่ถูฏต้องเพื่อให้ศาธารณะตรวจสอบสถาบันอุดมศึกษา เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในภาคประชาชน

   7. ส่งเสริมบทบาทของนักศึกษาในการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ในทุกด้าน โดยเน้นการจัดการศึกษา คุณภาพของการเรียนการสอน ซึ่งเป็นสาระของการคุ้มครองผู้บริโภค

  8. ระบบการเงินอุดมศึกษา ต้องมีการพัฒนาระบบกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา สร้าง Buffer Body ในการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยจะมีระบบกองทุนเพื่อจัดสรรงบประมาณ โดยอาจจะเริ่มจากการใช้ body Excellence Center ทดลองไปก่อน หากประสบผลสำเร็จก็จะมีการนำไปสู่การนำไปปฏิบัติ รวมทั้งการส่งเสริมระบบการบริจาคเงินอุดหนุนให้สถาบันอุดมศึกษา

   9. ปัญหาภาคใต้ต้องมีกระบวนการพัฒนาอาจารย์เป็นกรณีพิเศษ สนับสนุนการพัฒนาแพทย์ชนบทในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาสถาบันผลิตและพัฒนาครูผู้สอนในสถานศึกาต่างๆ ในพื้นที่ การรับรองสถานะครูที่รวมถึงระดับเงินเดือนด้วย การพัฒนาอาชีพให้บุคลากรในพื้นที่ รวมทั้งการกู้ยืมเพื่อการศึกษาในพื้นที่ที่ต้องการสนับสนุนเป็นพิเศษ

  10.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต้องมีการส่งเสริมนักวิจัยในระบบอุดมศึกษาโดยที่ผ่านมามีการดำเนินการอยู่แล้วและควรเพิ่มงานวิจัยที่เน้นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น

  



ศิระวิทย์ : สรุปการฟังและความเห็นในแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2
ตุลาคม 19, 2007, 4:50 pm
Filed under: เรื่อยเปื่อย

สรุปจากการฟัง ดร.พิเชษฐ์ พูด เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ฟังได้รับรู้  พร้อมทั้งสอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวที่ขอสงวนสิทธิในการนำไปอ้างอิงไม่ว่าที่ใด ขำ ๆ

1. รอยต่อที่ขาดหายของการจัดการศึกษาในประเทศไทย

    1.2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับมัธยม ที่กระทรวงศึกษาดำเนินการอยู่ พบว่า ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เด็กที่จบออกมา คุณภาพไม่เท่ากัน เด็กไม่รู้วิธีคิด ไม่รู้วิธีการสื่อสารกับคนอื่น ๆ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่เป็น การทำงานเป็นทีมไม่รู้เรื่อง น่าอาย แต่คนในกระทรวงศึกษากลับได้ดีกันทั่วหน้า ตลกดี นี่สิน่าอายกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กอัจฉริยะ (ที่ไม่ทราบว่าเกิดมาจากไหน) แต่ต้องการระบบพิเศษเพื่อการดูแลเป็นการเฉพาะ กลับไม่สามารถส่งเสริมเด็กพวกนี้ได้ จะเห็นได้จากการที่มีเด็กได้เหรียญทองเคมี บ้าง ฟิสิกส์บ้าง กลับไม่มีรางวัลใหญ่ ๆ มาสนับสนุนให้หนัก ๆ เหมือนการได้รับเหรียญทองกีฬาสักประเภท ที่รับเงินรางวัลแต่ละที ทำเอาเราหนาวสั่นไปได้เลย (เพราะอิจฉา อยากได้มั่ง) เรื่องนี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องเข้าไปช่วยในการพัฒนาศักยภาพของครู และปรับหลักสูตรผลิตครูในอนาคตให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพต่อสังคมต่อไป

  รอยที่สองก็คือจากพื้นฐานสู่อาชีวะและอุดมศึกษา  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ประเทศกำลังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษาะวิชาชีพเฉพาะโดยเฉพาะช่างด้านต่าง ๆ แต่อาชีวะกลับไปให้ความสำคัญกับการสร้างหลักสูตรปริญญาตรี ที่เรียกได้ว่า หน้าที่ที่ควรทำกลับไม่ทำ (หรือ เรื่องโง่ ๆ นะ ฉลาดนัก)

   รอยที่สามคือจากพื้นฐานสู่อุดม นี่ก็ไม่รู้จะแข่งกันผลิตไปถึงไหน ออกมาทำงานได้หรือเปล่าไม่สน (รู้แต่ว่า ขอให้ตรูได้ทำเถอะ) หรืออาจจะเป็นเพราะทำอย่างอื่นไม่เป็นก็ได้ เรื่องนี้ สกอ. ต้องเข้าไปกำกับ ผ่านกระบวนการจัดสรรงบประมาณ การมีกฏหรือระเบียบเพื่อรองรับการผลิตบัณฑิต และการให้แรงจูงใจอื่นๆ 

   ที่สำคัญพิจารณาการเพิ่มคณะหรือสถาบันในอนาคต ควรจะต้องมีหน่วยงานที่เข้มแข็ง ในการติดตามตรวจสอบ และมีกฏหมายรองรับในการรับรองหรือไม่รับรองหน่วยงานนั้น ๆ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบของที่มีอยู่แล้วด้วย เพื่อให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน คณะ สถาบัน หลักสูตรไหนที่ไร้มาตรฐาน ก็สมควรยุบ เลิก ทันที (อันนี้สงสัยจะยาก)

  แต่สิ่งที่จะสนับสนุนแนวคิดนี้คือ การสร้างระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง และได้รับการยอมรับ(เรื่องนี้ต้องมีกฏหมายมารองรับบทบาท ) ทั้งนี้ การรายงานข้อมูลต่อสาธารณะความจริงเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ไม่ใช่การรอรับเรื่องร้องเรียน หากร้องเรียนมาก็จะขยับเข้าไปดู ทำได้หรือไม่ได้ไม่รู้ การคุ้มครองที่ดีคือการป้องกัน การให้ความรู้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง นั่นคือการสร้างภูมิป้องกันให้สังคม ข้อมูลถูกต้อง พอเพียง ที่เหมาะสมเท่านั้นจะช่วยให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการคุ้มครองที่แท้จริง (อันนี้เห็นด้วยมาก ตรงใจเลย)

    เกาหลีเขาเรียกว่า Ubiquitous หมายว่า Anytime ,anywhere any place ,any device &  anyone ไม่ข้อจำกัด และไร้ขีดจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศ(คือการนำเสนอความจริงทุกสิ่ง หรือเปิดเผยทั้งหมด โปร่งใส(Transparency) หรือ ธรรมาภิบาล (E Governance )นั่นเอง 

19/10/2007 18.00

    

     



ศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ : โครงสร้างองค์กรของ KCUE
ตุลาคม 19, 2007, 4:13 pm
Filed under: Hi-Ed in Ko & Ja

ที่น่าสนใจคือการจัดโครงสร้างองค์กรที่มีผลสำคัญต่อบทบาทในการรพัฒนาการจัดการศึกษาของเกาหลีที่ KCUE มีคือ การเน้นให้ความสำคัญกับการมีคณะกรรมการอิสระที่มี body ชัดเจน เพื่อดำเนินการศึกษาและวิจัยเฉพาะด้านที่ไม่ใช่ส่วนงานภายใน ทำให้การดำเนินงานเป็นอิสระจากการบริหารจัดการ เช่น คณะกรรมการประเมินสถาบันอุดมศึกษา (University Accreditation Committee : UAC) ,คณะกรรมการ ศึกษา และวิจัยเพื่อสันติภาพและเอกภาพ (น่าจะเป็นเพราะสภาพปัญหาของประเทศ ข้อเท็จจริงไม่ได้ถาม น่าเสียดาย) Education & Research Committee for Peaceful Unification นอกจากนี้ยังมี คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ (University Admisssion Committee)University Autonomy Promotion Committee และ University Ethics Committee ซึ่งรูปแบบของการจัดให้เป็นคณะกรรมการนั้นทำให้มีภาระกิจที่เฉพาะ ไม่เป็นต้องมีกองหรือสำนักมาทำงานอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป เรื่องนี้น่าที่จะได้นำไปพิจารณาประกอบในการจัดโครงสร้างของ สกอ. ในอนาคต เพื่อให้เน้นเฉพาะภาระกิจที่จำเป็นเท่านั้น

   นอกจากนี้ โครงสร้างองค์กรที่ปฏิบัติงานประจำของหน่วยงาน KCUE จะเห็นว่าเป็นหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ (พิจารณาจากชื่อ รายละเอียดไม่มีเวลาถามเช่นกัน)

    เช่น Management Support Division , External Cooperation Division,Accreditation Support Division ,Academic Affairs Division , Policy Research Division, Research Support Division ,และ Higher Education Training Center ที่ประกอบด้วย Training Management Team และ Training Development Team

  

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.kcue.or.kr

      



ศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ : ข้อเสนอจากการดูงาน Flagship in Korea & Japan
ตุลาคม 19, 2007, 3:09 pm
Filed under: Hi-Ed in Ko & Ja

Korea : ประเทศเกาหลีมีหน่วยงานที่ดูแลอุดมศึกษาชื่อ Korea Council for Higher Education (KCUE) เป็นองค์กรมหาชนที่แปรรูปมาจากราชการ ทำหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่รับงบประมาณจากรัฐไป เน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาและประเมินผลการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา การทำงานลักษณะเป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ

สิ่งที่ได้ดำเนินการเพื่อการติดตามและประเมินผล คือการจัดทำคู่มือการประเมินสถาบัน( Evaluation Manual) ให้สถาบันรายงานตนเอง (Self – evaluation reports) ผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ

 ที่น่าสนใจคือการประเมิน จะมีการจัดทำคู่มือการประเมิน  Evaluation manual ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆจะได้รับการแจกจ่ายไปยังชุมชนในสถาบันนั้น ๆ หลังจากนั้น จะมีขั้นตอนการตอบรับของมหาวิทยาลัยในการประเมินตนเอง ด้วยการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินให้คณะกรรมการ คณะกรรมการจะทำหน้าที่ในการตรวจเอกสารและลงพื้นที่จริง หลังจากนั้น ผลการประเมินจะถูกแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบ หากมหาวิทยาลัยไม่ยอมรับผลการประเมิน อาจจะขอทบทวนได้ ข้อมูลจะส่งให้คณะกรรมการประเมิน( University Accreditation Committee:UAC)เพื่อรายงานผลการประเมินให้รัฐบาลและต่อสาธารณะต่อไป

ประเด็นอยู่ทีการรายงานผลต่อรัฐบาลเป็น routine ของคณะกรรมการ ซึ่งผลของการประเมินจะมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาต่อไป



sirawit kleesuwan : Executive summary on Higher Education Long Range Plan Ver 2.0
ตุลาคม 19, 2007, 2:35 pm
Filed under: Blogroll

สรุปร่างกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2  (2551-2565) นำเสนอโดย ดร.พิเชษฐ์ ดุรงค์เวโรจน์ เมื่อ 18 ต.ค. 50 ณ ห้องกิ่งเพ็ชร 3 โรงแรมเอเซีย โดยสรุป

1. การเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา

1.1 การเพิ่มขึ้นของประชากรในวัยเรียนจะมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น การจัดการศึกษาอาจจะต้องเน้นด้านคุณภาพ และบทบาทในการพัฒนาคนในวัยทำงาน การศึกษาต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอาชีพที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนอาชีพในประชากรวัยแรงงานสูง รวมทั้งเพิ่มภูมิปัญญาให้สังคมในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ 

1.2 พลังงาน มีราคาสูงขึ้น และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลต่อการดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน  อุดมศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย ให้ความรู้แก่สังคม เรื่อง การลดการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ของประเทศ

1.3 การจ้างงานและตลาดแรงงาน ที่มีแนวโน้มการทำงานที่ปราศจากองค์กรมากขึ้น เนื่องจาก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เศรษฐกิจโลก และ Globalization อุดมศึกษาต้องให้ความสำคัญกับ การพัฒนาคนกลุ่มใหญ่ของประเทศคือเกษตรกร ให้มีทักษะสูงในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มผลผลิต รวมทั้งการพัฒนาผลิตผลทางการเษตร  รวมทั้งเพิ่มทักษะเกษตรกรในการที่จะออกจากอาชีพไปสู่อาชีพอื่น ๆ  นอกจากนี้ ICT จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาติ ต้องเร่งลงทุนทรัพยากรมนุษย์ด้าน ICT  โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้เพิ่มขึ้น

1.4 การกระจายอำนาจการปกครองรวมทั้งงบประมาณสู่ท้องถิ่น ที่อุดมศึกษาต้องตระหนักถึงการเข้าไปมีส่วนและบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น การสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่น และพัฒนาทรัพยากรของท้องถิ่นเช่น บุคลากรด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่นให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น

1.5 ความรุนแรงในภาคใต้ จะคงอยู่อีกนาน การแก้ไขด้วยกำลังไม่มีทางบรรลุผล การศึกษาเท่านั้นที่เป็น Key Success Factor  การออกแบบและพัฒนาระบบการศึกษาให้เหมาะสม การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถรองรับระบบที่พัฒนาขึ้นเป็นสาระสำคัญ ที่จะสามารถแก้ไขความรุนแรงในภาคใต้ได้

1.6 เยาวชนและบัณฑิตในอนาคต ที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ระบบการศึกษาทั้งหลักสูตรและครู อาจารย์ผู้สอนไม่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับภาระกิจดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อุดมศึกษาจะเข้าไปมีบทบาทอย่างสูงในการปรับกระบวนการคิดและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นเครื่องผลิตที่มีคุณภาพ

1.7 เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เพียงแค่คำนิยามเพื่อเอาใจสังคม

 



The New Boss Policy
ตุลาคม 2, 2007, 12:29 pm
Filed under: Blogroll

นโยบายเร่งด่วน

1. การดำเนินงานตามแผนการอุดมศึกษา 15 ปี เป็นหลักในการบริหารองค์กรในอนาคต โดยเน้น ประเด็นยุทธสาสตร์ ที่ต้องถอดแผนออกมาเป็นแผนปฏิบัติงาน ทิศทางและเป้าหมายในกรอบของระยะเวลาที่ชัดเจน อาจจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 5 ปี ก่อน

2. การจัดสรรทุนพัฒนาระบบการอุดมศึกษา เน้น การจัดสรรงบประมาณแผนใหม่ โดยมีกรอบแผน 15 ปีเป็นหลักในการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานจัดสรรงบประมาณ รวมทั่งการจัดสรรและกระจายทุนต้องสอดคล้องกับเป้าหมายของแผน 15 ปีด้วย

3.การปรับโครงสร้างและภาระกิจขิงองค์กร เป็นเรื่องเร่งด่วนรวมทั้งการพัฒนาคนให้มีศักยภาพ โดยเป้าหมายสำคัญคือสนับสนุนให้บุคลากรมีการศึกษาถึงระดับ ป.เอก. 10 คนใน 5 ปี ด้วยทุนที่มีอยู่

4.การพัฒนาหน่วยงานให้เป็น หน่วย SDU รวมถึงการ Outsource ภาระกิจบางประการออกไปเพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น