Sirawit’s Weblog


ผลจากการประชุมผู้บริหาร ครั้งที่ 12/2552
ตุลาคม 28, 2009, 2:01 pm
Filed under: ประชุมสัมมนา

1.เรื่องนำเสนอ ค.ร.ม.เกี่ยวกับการนำผลประเมินภายนอกของ สมศ ไปใช้ประโยชน์ประกอบในการจัดสรรทรัพยากรให้กับสถาบันอุดมศึกษาในกำกับยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มอธิการบดี เนื่องจากเห็นว่า กพร.น่าจะกำกับเฉพาะในส่วนของหน่วยงานราชการ และหากจะมีการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ ควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบตามกฏหมาย คือ สกอ. และ สงป รงมทั้งต้องให้ผู้แทนจากกลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับมีส่วนในการดำเนินากรด้วย ซึ่งได้มอบหมายให้ สนผ. ประสานกับ สถาบันในกำกับเพื่อหาข้อยุติ

2. การใช้ชื่อปริญญาโดยยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบหรือประกาศในราชกิจจาก่อนนั้นไม่สวมควรที่จะเกิดขึ้น และไม่สามารถที่จะให้กฤษฏีกามีบทบังคับย้อนหลังได้ เรื่องดังกล่าวได้เคยแจ้งให้สถาบันอุดมศึกษาทราบแล้ว ไม่สมควรเกิดขึ้นอีก ดังนั้น มอบ สมอ กำหนดกฏรัเบียบที่ชัดเจนในการอนุมัติชื่อปริญญา และระยะเวลาที่ต้องใช้ในกระบวนการดำเนินงาน

3.รัฐมนตรีช่วย มีความประสงค์จะเข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้บริหารโดยจะขอเข้ารับฟังการบรรยายสรุปถึงภารกิจและปัญหาอุปสรรคในแต่ละสำนักจึงขอให้ทุกสำนักจักดเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจง วึ่งกำหนดการจะได้แจ้งให้ทุกท่านทราบต่อไป

4. ภารกิจเรื่อง Admission  กับนโยบายของรัฐควรจะทำสรุปให้ชัดเจนโดยเฉพาะแนวทางในการดำเนินงานในอนาคตที่ รมต.เห็นชอบให้ปฏิบัติตามแนวทางของ UCAS ใท้งนี้ ขอให่ สพนฬพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ด้วย

5.งบประมาณที่ทุกหน่วยงานกันเหลื่อมปีไว้ ขอให้กำกับและรายงานทุกเดือนถึงความก้าวหน้าในการใช้งบประมาณดังกล่าวโดยมอบ สตป ติดตามและรายงานให้ที่ประชุมทราบทุกเดือน

6.กำหนดการ Retreat กับ กกอ ในประมาณกลางเดือนธันวาคมนั้น ขอให้ทุกสำนักเตรียมการสรุปผลการดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมาและประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ไปกับผลสำเร็จของงานที่ได้ พร้อมทั้งเสนอว่าควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ อย่างไร

7.Best Practice ขอให้ทุกงานตามภารกิจแสวงหา Best Practice เพื่อเตรีมคัดเลือเสนอให้ในการประชุม Retreat ต่อไป

8.ให้ สนผ. วิเคราะสถานภาพของการผลิตและสถานะของครูในปัจจุบัน เสนอ กกอ ฬนครั้งนี้และ สารนิเทศ นำเสนอในเดือน ธันวาคม



120308 sirawit : การเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการจัดหางาน
ตุลาคม 17, 2009, 2:09 pm
Filed under: Uncategorized

ได้ประชุมร่วมกับกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เนื่องจากระบบติดตามภาวะการมีงานทำ http://www.job.mua.go.th สกอ.พัฒนาแล้วเสร็จซึ่งขณะนี้รับข้อมูลของบัณฑิตจากทุกสถาบันอุดมศึกษา เพื่อปรับกระบวนการติดตามการหางานทำของบัณฑิตจากสถาบันอุดมศึกษา ขณะที่ กรมการจัดหางานมีความต้องการข้อมูลของผู้ต้องการหางานเพื่อจะได้นำเสนอสู่ระบบความต้องการแรงงานจากภาคเอกชน จึงได้ข้อตกลงร่วมกันในการสร้าง Web Service ระหว่างระบบโดยให้ผู้พัฒนาระบบทั้งสองหน่วยงานคือ มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตกลงร่วมกันในการพัฒา service  ระหว่างสองระบบต่อไป



ฐานข้อมูลอุตสาหกรรม ict ของประเทศไทย
ตุลาคม 17, 2009, 2:06 pm
Filed under: ประชุมสัมมนา


งบประมาณรายจ่ายปี 53 ของ สกอ.
ตุลาคม 17, 2009, 2:04 pm
Filed under: Official, Uncategorized

ปีงบประมาณ 2553 สกอ. มีงบประมาณเพื่อดำเนินการบริหารจัดการอุดมศึกษาราย แผนงาน/โครการและกิจกรรม ดังนี้
- โ๕รงการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในเขตเฉพาะกิจ 65.0696
- การติดตามการประเมินผลการจัดทำนโญบายและแผนพันาทรัพยากรมนุษย์ในระบบอุดมศึกษา 1.0000
- โครงการสนับสนุนการศึกษษเด็กอัจฉริยะ 57.0000
- ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย 7.0000
- โครงการทุนพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ 80.0000
- โ๕รงการพัฒนาการเรียนการสอนของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา 3.0000
- โครงการนำร่องเพื่อการผลิตและพัฒนาอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา 335.0724
- โครงการพัฒนาอาจารย์จากเงินนอกงบประมาณ 2546 3.8000
- การพัฒนาอาจารย์ในวิทยาเขต 0.4125
- ทุนพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน 275.8776
- ผลิตและพัฒนาอาจารย์มหาวิทยาลัย 1.3172
- โครงการพัฒนาบุคลากรอุดมศึกษาฝผู้บริหารสถาบัน 15.0000
>>>> to be continue
714.4797
- สนับสนุนการจัดการศึกษษในเขตพัฒนาพิเศษ 6.0000
-
-
—–



การติดตามผลหลังจาการนำนโยบายไปปฏิบัติ
ตุลาคม 17, 2009, 1:18 pm
Filed under: Uncategorized

ทุกวันนี้ประเทศประสบปัญหามากมายทั้งที่เรามีนโยบาย แผนงานและยุทธศาสตร์สวยหรู แต่ทำไม่ถึงไม่ประสบสำเร็จตามเป้าหมายตามนโยบายเสียที ปัญหาหนึ่งที่พบคือการกำกับและติดตามผลของการนำนโญบายไปปฏิบัติ ประเทศไทยอ่อนมากในเรืองนี้ มีนโบาย มีงบประมาณ แต่ขาดการกำกับติดตามทีดี สิ่งที่จะทำให้การกำกับนโยบายเป็นไปได้คือ ข้อมูลและสารสนเทศ จำเป็นมากต้องมีการวางแผนการรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศอย่ืางเป็นระบบเพื่อการรวบรวม วิเคราะห์เสนอแนะให้สามารถเห็นได้ชัดเจนว่า นโยบายนั้นน ๆ สามารถบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ เพียงใด และหากมีระยยสารสนเทศที่ชัดเจน ย่อมสามารถระบุได้ถึงสาเหตุของปัญหาและข้อมูลยังจะบอกถึงแนวทางการแก้ไขได้อีกเช่นกัน



แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ สกอ. ในอนาคต : sirawit
กันยายน 29, 2009, 4:38 pm
Filed under: Uncategorized

 

วันนี้ได้ไปฟังบรรยายโดยท่านเลขา สุเมธ พูดในงานมุทิตาจิต ผู้เกษียณอายุในปีนี้ พร้อมทั้งได้ฟังบรรยายพิเศษ เห็นว่ามีประโยชน์ จึงขอนำมาบันทึกไว้ให้ผู้สนใจหากผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ ท่านได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานของ สกอ. ที่ผ่านมาและที่กำลังจะก้าวต่อไปในอนาคต ในบทบาท หน้าที่และภารกิจที่สำคัญในบางเรื่อง

     เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เสนอข้อคิดที่จุดประกายในการวางกรอบแนวทางทำงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ การทำงานของ สกอ. ที่ผ่านมาเน้นเรื่องการกำกับ การบังคับให้เป็นไปตาม กฏ ระเบียบ ซึ่งแม้ว่าจะมีกฏระเบียบมากมายเพียงใด และการที่รอให้สถาบันดอุมศึกษารายงานเข้ามา โดยปราศจากการเข้าไปติดตาม ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ศึกษา วิเคราะห์จากข้อมูลจริง ยังไม่เคยมีการทำมาก่อน นั่นคือประเด็น กล่าวคือ สกอ.รับเพียงแค่รายงานเข้ามา โดยปราศจากการตรวจสอบ ยืนยันข้อเท็จจริง นั่นเท่ากับเรามิได้กำกับให้เป็นไปตามนโยบาย กฏ ระเบียบอย่างแท้จริง เพียงออกกฏและนั่งรอรับรายงาน การปฏิบัติแบบนั้นคงจะต้องลดลงหรือเลิกไป ในอนาคตต้องมองให้เป็นถึงการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จที่เรียกว่า Best Practice ทั้งด้านการสอนที่ดี การวิจัยที่ดี การบริการแก่สังคมที่ดี ว่ามีอยู่ที่ไหน และทำอย่างไร สกอ.ต้องเข้าไปศึกษา วิเคราะห์และนำ Best Practice เหล่านั้น มาเผยแพร่ต่อสาธารณะให้รับรู้ รับทราบ และประกาศต่อสังคมพร้อมจัดหาสิ่งจูงใจ ตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆที่เหมาะสม เพื่อสรางแรงกระตุ้นในสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ให้ใช้เป็นแนวทาง แบบอย่างในการดำเนินงาน

       2.การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมต้องรับรู้ผลของการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา ในทุกมิติที่สามารถจะรับรู้ได้ ข้อมูลที่มีอยู่แล้วในฐานข้อมูลอุดมศึกษา ปัจจุบันแม้ว่าจะมีความถูกต้องประมาณ 80% ต้องทำให้มีความถูกต้องเพิ่มขึ้น และสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ในที่สุดข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ก็จะเป็นกลไกทางสังคมที่จะตรวจสอบการทำงานของสถาบันอุดมศึกษาต่อไป

      3 เรื่องการทำงานของสำนักต่าง ๆ ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่อง การพัฒนาอาจารย์ ที่ปัจจุบันมีหลากหลายกระบวนการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพ ที่จะนำอุดมศึกษาไทยไปสู่สากลได้ อีกเรื่องคือ โครงการเงินกู้ SP2 งบ 5000 ล้าน ที่จะมาพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัย ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ที่จำเป็นต้องมีกลไกและเครื่องมือในการกำกับติดตามที่ดี

     4. เรื่องการสนับสนุนเงินเพื่อการวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยเอกชน น่าจะตัดสินใจได้แล้ว เพราะเอกชนก็เป็นกลไกหนึ่ง ที่สำคัญในการพัฒนาอุดมศึกษาของประเทศด้วย

    5. แผน 11 ที่กำลังดำเนินการโดยยังไม่มีแผน 10 มารองรับ จะเอากันอย่างไร ต้องเร่งตัดสินใจ ค่าใช้จ่ายต่อหัว ครูพันธ์ใหม่ และการจัดสรรงบประมาณให้กับสถาบันอุดมศึกษาโดยตรงที่มี กพร สมศ สมอ สงป เป็นประเด็นใหม่ที่ต้องตระหนักในบทบาทที่จะเปลี่ยนไปของ สกอ.

นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นที่น่าสนใจ วันหลังจะนำมาเผยแพร่ต่อไปครับ



ความรับผิดชอบต่อสังคมในบริบทของสถาบันอุดมศึกษา
กันยายน 14, 2009, 2:00 pm
Filed under: เรื่อยเปื่อย
candle

candle

Social Responsibility : ความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นประเด็นใหม่ที่กล่าวถึงว่า สถาบันอุดมศึกษาจะมีบทบาทในควารับผิดชอบต่อสังคมในประเด็นใด ๆได้บ้าง โดยที่ปรัชญาของภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาคือ การสอน วิจัย บริการทางวิชาการต่อสังคม สถาบันอุดมศึกษาเองต้องเป็นผู้ตอบโจทย์เหล่านี้ให้กับสังคมเอง ว่า ในด้านการเรียนการสอน อาจารย์มีความรับผิดชอบอย่างไรเช่น เนื้อหาที่สอนนั้นเป็นองค์ความรู้ที่ทันสมัย ถูกต้อง และเหมาะสมกับประเทศไทย  ไม่สอนเสริมให้เกิดความรู้สึกแตกแยกในสังคม เป็นต้น การวิจัยควรเป็นงานวิจัยที่จะสนับสนุให้ประเทศไทยก้าวหน้า เป็นผู้นำในภูมิภาค สามารถยืนหยัด เชิดหน้าชูตาได้ในเวทีโลกใช่หรือไม่ ไม่ใช่สอนอะไรก็ไม่สำคัญ สำคัญที่รู้มาเท่าสนี้ ก็ถ่ายทอดไป ไม่ได้มีการศึกษาหาความรู้พิ่มเติม นศ. ไม่รู้ก็ไปหาเอาดาบหน้า เราะอาจารย์ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้น เลิกสอน ไปทำนาจะเหมาะกว่า หรือสอนไปสอดแทรกความเห็นของตนลงไปในบทเรียน เอาทัศนะคติส่วนตัวอัดลงไป สอนให้คนในสังคมแตกแยก ไม่ว่าถูกหรือผิด ก็ไม่น่าอภัย อาจารย์ประเภทนี้น่าจะไปอยู่กับ อาจารย์คนแรก คือช่วยกันทำนา

    หากจะยกประเด็นงานวิจัย อาจารย์ก็น่าจะคิดให้ตกก่อนว่า งานวิจัยนี่จะทำให้คนไทยไปยืนอยู่ตรงไหนในเวทีโลก  หรือในระดับภูมิภาคเราจะตอบโจทย์อะไรให้กับเวทีนั้น ๆ ไม่ใช่วิจัยอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ ทำวิจัยแล้วก็แค่ยืนยันความคิด หรือสิ่งที่พิสูจน์แล้วในต่างประเทศ แค่เอามาปรับเข้ากับข้อมูลและสภาพแวดล้อมของประเทศ บางครทีก็ทำวิจัยในเรื่องที่พอทำได้ เพราะเรียนมาแค่นี้ อย่าไปศึกษามากเลย เพราะต้องหาข้อมูลอีกมาก เดี๋ยวจะทำไม่เสร็จ ความท้าทายเชิงวิชาการเป็นศูนย์ แบบนี้เป็นการรับผิดชอบต่อสังคมหรือเปล่า อาจารย์และสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น จะเป็นผู้ตอบคำตอบให้สังคม



090909 : การประชุมอนุกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผนกำลังคนในระดับชาติ : sirawit
กันยายน 10, 2009, 8:30 am
Filed under: Official

walkคณะกรรมการได้ประชุมร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. การดำเนินงานของอนุกรรมการใช้เวลานานมากไปและยังไม่ได้ข้อสรุปเพียงพอที่จะนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ จึงขอให้ฝ่ายเลขานุการเร่งดำเนินการทั้งนี้ขอให้ใช้ต้นแบบการจัดเตรียมข้อมูลของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นข้อมูลเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาเร่งด่วน

2.ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาขอให้ส่งข้อมูลจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาจำนวนนักศึกษาใหม่ จำนวนนักศึกษาทั้งหมด  และจำนวนผู้มีงานทำ จำแนกรายสาขาวิชา เพือ่เป็นการเตรียมข้อมูลสำหรับคณะอนุกรรมการเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

3.ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้นำเสนอข้อมูลของผู้ประกอบการที่เป็นปัจจุบันและข้อมูลอดีตก็เพียงพอ อย่างเพิ่งให้ความสำคัญกัข้อมูลอนาคตเพราะการเปลี่ยนแปลงยังเป็นสิ่งที่คาดเดายาก ดังนั้นหากมีข้อมูลจากอดีต ก็จะใช้ประโยยชน์เพื่อการทำนายอนาคตได้ ทั้งนี้หากเป็นข้อมูลจำนวนตำแหน่งงาน  ข้อมูลความต้องการกำลังแรงงานที่สามารถแสดงวุฒิได้ แคชต่คาดว่าอาจจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นหากได้ขช้อมูลค่าใช้จ่ายของกลุ่มอุตสาหกรรมต่อปีในแต่ละด้าน ก็จะสามารถนำมาคำนวณจำนวนแรงงานได้ ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับฝ่ายผลิด คือกระทรวงศึกษาธิการ

4.การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ อาจจะต้องบูรณาการข้อมูลจากหลาย ๆ หน่วยงานเพื่อการวิเคราะห์เสนอแนะ ข้อมูลจากหน่วยงานเดียวจะไม่เพียงขอ

5.สกอ. ต้องนำเสนอข้อมูล จำนวนของหลักสูตรที่มีผู้เรียนล้นตลากและ หลักสูตรที่มีความขาดแคลนในสังคมต่อที่ประชุม

     ที่ประชุมได้อภิปรายในประเด็นของกระทรวงศึกษาที่กล่าวถึง การเพิ่มสัดส่วนของจำนวนนักศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ กับสังคมศาสตร์ที่ต้องการให้เป็นสัดส่วน 70 : 30 ว่าเป็นข้อมูลที่คิดกันมาไม่น้อยกว่า 20 ปีแล้ว จนถึงทุกันนี้ยังทำไม่ได้ ควรจะมีการทบทวนความคิดกันหรือไม่ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทในภาคบริการมากที่สุดและสัดส่วนที่กำหนดมาเป็นเวลานานนั้นไม่สามารถจะไปถึงจุดนั้นได้ มีการวิเคราะห์สาเหตุหรือความเป็นไปได้หรือไม่ ผู้ที่รับผิดชอบควรจะพิจารณาถึงศักยภาพของประเทศด้วยไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นโดยไม่คิดทบทวน ทั้งนี้หมายรวมถึง สัดส่วนที่ต้องการระหว่าง การศึกษาระดับอาชีวศึกษา กับ มัธยมศึกษาที่ต้องการให้เป็น 50:50  และสัดส่วนการจัดการศึกษาระหว่างรัฐกับเอกชนที่ต้องการให้เป็น 65:35 ว่าคิดมาจากฐานใด มีความเป็นไปได้ขนาดไหน และ มีมาตรการใดที่จะสนับสนุนให้เป็นรูปธรรม มากกว่าที่จะเอาตัวเลขมาเป็นเป้าโดยปราศจากที่มาที่ไป

       ทั้งนี้ที่ประชุมยังฝากไปถึงคณะอนุกรรมการที่มาจากภาคผู้มีส่วนได้เสีย ควรจะมีข้อมูลของหน่วยงานเช่นความต้องการกำลังคน หรือประเด็นอื่น ๆ เสนอคณะอนุกรรมการต่อไปด้วย



การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา : ศิระวิทย์
กันยายน 7, 2009, 12:48 pm
Filed under: Official
การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา

การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา

ตามแผนการอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2 ได้วางแนวทางในการจัดกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาไว้เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

1. มหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งได้มีเป้าหมายในการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ สามารถส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้นก้าวขึ้นมาติดอันดับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของโลก  ทั้งนี้ สกอ. ได้มีงบประมาณสนับสนุนการก้าวขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยขณะนี้มีเป้าหมายไว้ 9 แห่ง

2. มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง กำหนดให้เป็นสถาบันอุดมศึกษากลุ่มนี้ทำหน้าที่ในการตอบสนองการแก้ไขปัญหาของสังคมในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการบริการเป็นต้น ทั้งนี้ ผลของงานวิจัยต่าง ๆ จะสนับสนุน ส่งเสริม ความเจริญในด้านต่าง ๆ ของประเทศ รวมทั้งแก้ไขปัญหาและชี้นำทิศทางที่เหมาะสมให้กับสังคมในแต่ละด้านดังกล่าว

3.มหาวิทยาลัย 4 ปี จะเน้นการสอนในระดับปริญญาตรีเช่นปัจจุบัน

4.วิทยาลัยชุมชน จะเน้นการจัดการเรียนการสอนในระดับต่ำกวง่าปริญยาตรีและให้จัดหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่นนั้น ๆ

ทั้งนี้ในการก้าวไปสู่ในการเป็นมหาวิทยาลัยในแต่ละกลุ่มนั้น อยู่ที่ความต้องการและความพร้อมของสถาบันนั้น ๆ การตัดสินจะขึ้นกับกรรมการสภาสถาบันนั้น ๆ เป็นผู้กำหนด  ทั้งนี้ความเป็นไปได้ก็ย่อมต้องมีข้อมูลที่สนับสนุนความพร้อมดังกล่าวด้วย เช่นกัน

ด้านของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับกลไกและวิธีการดำเนินการ ทั้งในด้าน แผน นโยบาย และ หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดสรรทรัพยากร จะใช้นโยบาย One Size Fit All ไม่ได้อีกต่อไป นโยบาย Tailor Made ต้องนำมาใช้ให้เหมาะกับศักยภาพของสถาบันหรือประเภทของสถาบันอุดมศึกษานั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานที่แตกต่างกัน เกณฑ์การประเมิน ที่แตกต่างกันไปตามสภาพการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา จะช่วยผลักดันภาระกิจให้บรรลุตามเป้าหมายได้ต่อไป



โครงสร้างของ Web อุดมศึกษาเพื่อประชาชน
กันยายน 4, 2009, 1:12 pm
Filed under: Official

จากนโยบายในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศอุดมศึกษาให้สาธารณะได้รับรู้รับทราบผ่านทาง web ที่จะพัฒนาขึ้นใหม่นั้น องค์ประกอบสำคัญที่ WebPortal นี้ ควรมี คือ

1. Informations ที่ผ่านการคัดกรองและรับรองจากเจ้าของหน่วยงานแล้วและเป็นข้อมูลสารสนเทศที่สังคมควรรู้และต้องทราบเป็นกลไกหนึ่งในการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น

- ข้อมูลหลักสูตรที่มีการสอนในสถาบัน อาจารย์ประจำแต่ละหลักสูตร จำนวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาในแต่ละหลักสูตร  อาชีพที่จำเป็นต้องใช้ความรู้จากหลักสูตรนั้น ๆ

- ข้อมูลศักยภาพของสถาบัน เช่น งานวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนา ผลงานที่มีส่วนในการพัฒนาสังคม ประเทศ สถาบันวิจัย การบริการวิชาการที่มีให้สังคม ช่องทาง วิธีการรับบริการ

- ข้อมูลที่สถาบันต้องการสื่อสารกับสังคม(ในทางวิชาการ)

2. Interaction ช่องทางในการสื่อสาร ให้ข้อมูล หรือการให้รายละเอียดกับสังคม ในกรณีที่สังคม สาธารณะ ประชาชน หรือผู้มีส่วนได้เสีย ประสงค์ เช่น WebBoard WebBlogของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารบริหาร Commisioner กรรมการสภา เป็นต้น 

3. E Service ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่อุดมศึกษามีไว้เพื่อให้สาธารณะได้ใช้ประโยชน์ เช่น ระบบการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศอุดมศึกษา( www.data.mua.go.th) หรือระบบบริการอื่น ๆ ที่มี

4. ช่องทางเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสังคม เช่นการร้องทุกข์ การเสนอแนะ เวทีที่จะติดต่อสื่อสาร (กิจกรรมแบบ face to face)เสริมเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ และความเข้าใจตลอดจนความร่วมมือในอนาคต

5. เป้าหมาย แนวทาง นโยบาย และแผนการยุทธสาสตร์ งบประมาณ เพื่อให้สังคมรับทราบและติดตามประเมินผล ทักท้วงให้เหมาะสม